ชายคนที่1.... เป็นหนุ่มที่มีความรับผิดชอบ รักครอบครัว รักภรรยาและลูกสุดชีวิต ไม่เคยผิดลูกผิดเมียชาวบ้าน ปฏิบัติตนด้วยความดี จนกระทั่งถึงแก่ชีวิต. ชายคนนี้ได้ไปที่นรก แต่ด้วยความดีที่เค้าได้กระทำ พญายมจึงได้ให้ BENZ เพื่อให้เค้าได้ขับขี่ในนรกนั้น ชายคนที 2 ............ รักครอบครัวเหมือนกัน แต่ก็มีแว่บโน่นแว่บนี่ ยุ่งกับภรรยาชาวบ้าน พอตกนรกไป พญายมจึงได้ให้ TOYOTA ไปขับ ชายคนที่ 3..... ไม่มีความดีใน ชีวิต ชอบยุ่งกับลูกเมียชาวบ้าน ไม่มีความรับผิดชอบอะไรเลย ไม่รักครอบครัวเลย สรุปก์คือ ไม่มีความดีอะไรเลย เมื่อตกนรกไป เค้าจึงได้แค่ 'มอเตอร์ไซค์' แต่แล้วมาวันนึง ทั้งสามคนได้มาเจอกันที่แยก ไฟแดง ทีหนึ่ง แต่เนื่องจากชายคนที่1 นั้น หน้าตาหมองคล้ำ ดูเหมือนคนอมทุกข์ทั้งๆ ที่ขับ BENZ ก็ตาม ชายคนที่ 2 (ขับtoyota) และคนที่ 3 (ขับมอเตอร์ไซค์) จึงได้ถามไปว่า ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ ชายคนที่ 1 จีงถอนหายใจ ดังเฮือก พร้อมกับตอบว่า 'ผมเพิ่งจะเห็นภรรยาของผมขับ 'จักรยาน' ผ่านหน้าไปเมื่อสักครู่นี้เอง
********************
พอถึงฤดูใบไม้ผลิ พวกอินเดียนแดงในเขตสงวนแห่งหนึ่งถามหัวหน้าเผ่าคนใหม่ว่าฤดูหนาวปีนี้จะ หนาวจัดหรือเปล่า...หัวหน้าเป็นคนสมัยใหม่ ไม่ได้เรียนเคล็ดวิชาอ่านลมฟ้าอากาศจากบรรพบุรุษแต่ด้วยความกลัวเสียฟอร์ม หัวหน้าเผ่าจึงทำทีแหงนมองฟ้าแล้วบอกว่าปีนี้จะหนาวทารุณขอให้คนในเผ่า เตรียมฟืนไว้ก่อไฟผิงให้มากๆ...เมื่อตอบแล้ว หัวหน้าเผ่าก็แอบโทร.ไปถามกรมอุตุฯเจ้าหน้าที่พยากรณ์อากาศตอบว่า ท่าทางจะหนาวจัดหัวหน้าเผ่าจึงย้ำให้คนในเผ่าเร่งหาฟืนเพิ่มขึ้น...สองสาม วันต่อมา หัวหน้าเผ่าโทร.ถามกรมอุตุฯให้แน่ใจอีกครั้งเจ้าหน้าที่ตอบว่า ปีนี้ต้องหนาวแน่นอนหัวหน้าเผ่าจึงสั่งให้คนในเผ่าเก็บเศษไม้ทุกชิ้นที่หา ได้..........พอใกล้ฤดูหนาว หัวหน้าเผ่าโทร.ไปถามที่กรมอุตุฯ อีกครั้ง 'แน่ใจ 100 เปอร์เซ็นต์นะว่าปีนี้จะหนาว จัด''100 เปอร์เซ็นต์' เจ้า หน้าที่ตอบหนักแน่นหัวหน้าเผ่าถาม 'ทำไมถึงมั่นใจขนาดนั้น'กรมอุตุฯตอบ 'พวกอินเดียนแดงพากันออกหา ฟืนไม่หยุดเลยครับ!!!
*********************
ณ เมืองนรก วันนี้เป็นวันที่ แด็กคูร่า จะไปเกิดใหม่ ยมฑูตจึงให้แด็กคูร่าขอพรได้ 3 ข้อแด็กคูล่า : ท่านจะให้ข้าขอพรจริงๆเหรอ...ยมฑูต : ใช่! แต่แค่ 3 ข้อ เท่านั้นนะแด็กคูล่า : งั้น!ข้อแรกข้าขอให้ข้ามีผิวขาวเหมือนสโนไวท์ยมฑูต : ย่อมได้แด็กคูล่า :ข้อสอง ขอให้ข้าได้มีเลือดดื่มตลอดกาลยมฑูต :ย่อมได้แด็กคูล่า : ข้อสุดท้าย ! ขอให้ข้าได้อยู่ใกล้ชิดผู้หญิงตลอดเวลายมฑูต :ย่อมได้ เจ้าขอครบทั้ง 3 ข้อแล้วก็ไปเกิดใหม่ได้แล้วแด็กคูล่า :ได้ แล้วข้าจะได้ไปเกิดเป็นอะไรหล่ะยมฑูต : ลอริเอะไงแด็กคูล่า :!!!!!!!!!!!!!!
****************************
สาวมั่นแต่งชุดบิกินีตัวโปรดเพื่อไปว่ายน้ำ ด้วยความที่เป็นสระเปิดใหม่ สาวเจ้าเลยไม่ทราบว่าเป็นสระ สำหรับสุภาพบุรุษเท่านั้น อารามที่เห็นน้ำใสน่าแหวกว่าย เธอก็เลยโดดตูมลงไปในสระ และว่ายน้ำด้วยความเพลิดเพลิน แต่พอ เจ้าหล่อนจะขึ้นจากน้ำนี่สิ บิกินีตัวจิ๋วท่อนล่างเกิดอันตรธานหายไปไหนไม่ทราบ ด้วยความตกใจ เธอเลยรีบคว้าเอาป้ายที่ตั้งอยู่ข้างสระมาปิดจุดสำคัญ ที่บัดนี้ไม่มีบิกินีปกปิดอีกต่อไปแล้ว แต่ด้วยเหตุผลใดไม่ทราบ ผู้ชายที่อยู่ในบริเวณสระเริ่มเดินเข้ามาหาเธอเป็นกลุ่ม ๆ เธอประหลาดใจ มากเลยก้มลงไปมองดูที่ป้าย 'ตายแล้ว' เธอคิดในใจ ก็ที่ป้ายนั่นเขียนเป็นภาษาอังกฤษตัวโตเลยว่า 'FOR MEN' เธอเลยรีบพลิกป้ายกลับไปข้างหนึ่งทันที ปรากฏว่า ได้ผล ผู้ชายที่เดินเข้ามาหาเธอ ต่างแตกกระจาย ออกไปเหมือนผึ้งแตกรัง คราวนี้เธอเลยก้มดูป้ายอีกที เห็นมีข้อความเขียนเอาไว้ว่า 'อันตราย ลึก 3 เมตร' (ไม่มีคำ บรรยาย - -')
วันพุธที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2553
วันอังคารที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2553
ทัศนคติบอด
ชนะโทรไปบริษัทนี้เป็นหนที่สองในรอบสัปดาห์นี้
บริษัทนี้เป็นลูกค้ารายใหม่ที่เขากำลังติดตามเรื่องอยู่
เสียงของโอเปอร์เรเตอร์ซึ่งรับสายด้วยเสียงที่เป็นมิตร
และอ่อนโยนกล่าวว่า
' สวัสดีคะ บริษัทเอบีซีอิงค์ ยินดีต้อนรับคะ '
คุณชนะ กล่าวว่า ' ผมขอเรียนสายกับคุณสมจิต
ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์หน่อยครับ '
โอเปอร์เรเตอร์กล่าวทักขึ้นมาว่า ' นั่นคุณชนะใช่ไหมคะ'
ชนะรู้สึก แปลกใจความสามารถในการจดจำเสียงของพนักงานคนนี้ได้
เขากล่าวตอบด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความประทับใจ
' ใช่แล้วครับ ขอบคุณที่จำได้ครับ ' เธอกล่าวว่า
' ยินดีคะ ดิฉันจะโอนสายให้นะคะ '
หลังจากที่ชนะสนทนาเรื่องงานกับสมจิตจบ
ชนะจึงถามสมจิตขึ้นมาว่า ' คุณสมจิต ผมขอชม
พนักงานรับโทรศัพท์ของคุณหน่อยครับ
เธอเก่งจริงๆเลยที่จำเสียงผมได้
เป็นการ ให้บริการที่เกินความคาดหวังของผมจริงๆเลยครับ
ผมเองไม่ได้เป็นลูกค้าประจำ และก็ไม่ได้โทรมาบ่อยๆ
ขนาดที่เธอจะจำเสียงผมไ! ด้ด้วย เธอมีเคล็ดลับอะไรครับ '
สมจิตพูดว่า ' เธอชื่อเรณูคะ เธอได้รับคำชมอย่างนี้บ่อยๆ
หากคุณฟังเรื่องของเธอมากขึ้นกว่า นี้คุณจะ ยิ่งประทับใจ
สนใจฟังไหมละคะ'
ชนะรีบกล่าวตอบด้วยความกระตือรือร้นว่า
' สนใจสิครับ ช่วยกรุณาเล่าให้ฟังหน่อยครับ '
สมจิตเริ่มต้นเล่าอย่างอารมณ์ดี ' คุณเรณูเธอตาบอดคะ
เธอจึงต้องอาศัยการ ฟังเพียงอย่างเดียว
ทำให้! เธอสามารถจดจำชื่อคนได้ดี
เธออาศัยอยู่ที่ สมุทรปราการและมาทำงานที่ออฟฟิศนี่
ซึ่งอยู่แถวดอนเมือง ซึ่งถือว่าไกลมากโดยเฉพาะสำหรับเธอ
ซึ่งต้องเดินทางโดยรถ เมล์เหมือนคนปกติ
ส่วนใหญ่ ก็ จะมีคนตาดีอย่างพวกเราที่คอยช่วยดูสายรถเมล์
และส่งเธอขึ้นรถให้ เธอไม่เคยมาสายเลย
และก็ไม่เคยเรียกร้อง ขอรถรับส่งแต่อย่างใด
ไม่เหมือนพนักงานปกติของพวกเราหลายคน
ตอนที่เราย้ายสำนัก งานจากในเมือง ต้องขอรถรับส่งให้ด้วย
แถมหลายๆคนที่มีรถ ส่วนตัวก็ยังมาทำงานสาย
พร้อมกับเหตุผลสารพัด คิดแล้วอายแทนคนตาดีเลยคะ '
เธอหยุดเว้นจังหวะสักครู่ก่อนจะเล่าต่อว่า
' คุณเรณูมีทัศนคติที่ ดีมากๆกับงานของเธอ
เธอเคยเล่าให้ดิฉันฟังว่าสำหรับเธอแล้วการรับ โทรศัพท์ไม่ใช่งานแต่มันคือชีวิต เงินเดือนที่บริษัทให้กับเธอ ทำให้เธอสามารถเลี้ยงตัวเอง และครอบครัวได้อย่างดี นอกจากนี้เธอยังมีเงินเหลือกว่าครึ่งสะสมไว้อีก ที่จริงแล้วเพื่อนคนตาดีหลายคนเคยหยิบยืมจากเธอในยามฉุกเฉิน
คุณเรณูกล่าวว่าบริษัทเรา เพื่อนร่วมงาน ลูกค้า และสังคมมอบโอกาสให้เธอได้พิสูจน์ว่าเธอมีคุณค่าและสามารถมีส่วนร่วมสร้าง สรรค์ประโยชน์ให้กับสังคมได้ เธอบอกว่า เธอพยายามทำงานของเธออย่างสุดความสามารถ ซึ่งรวมทั้งพยายามจำชื่อของผู้ที่โทรเข้ามาด้วย
เธอบอกว่าทุกคืนก่อนเข้านอน เธออยากรีบนอนไวๆ
เพื่อจะได้รีบตื่นข ึ้นมาทำงาน เธออดใจรอจะมาทำงานไม่ไหว
แหมอย่าหาว่าดิฉันบ่นเลยคะ แต่พวกตาดีๆอย่างพวกเรากลับภาวนา
ให้ถึงวันหยุดเร็วๆเสียนี่กระไร' สมจิตจบเรื่องด้วยเสียงหัวเราะเบาๆอย่างคนอารมณ์ดี
เมื่อชนะมาเล่าเรื่องนี้ให้กับผมฟังในรถระหว่าง ที่เราเดินทางไปพบลูกค้าที่นวนคร
ผมจึง เสริมความเห็นของผมไปว่า ' เราน่าจะเล่าเรื่องนี้ให้คน ที่มาเข้าอบรม กับเราฟังบ้างนะ
บ่อยครั้ง เรามักจะได้ยินคนบ่นว่างานหนัก หรือ ไม่ก็ปัญหาเรื่องงานมีมาก
สิ่งที่คุณเรณูมีแตกต่างกับเรา ไม่ใช่ว่าเธอตาบอดหรอกครับ ความจริงพวกเราต่างหากที่บอด
เราทัศนคติบอดไงละ เราได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆมากมาย จากนายจ้างจนเคยชิน
กระทั่งมองไม่เห็นคุณ ค่าของสิ่งเหล่านั้น
ยิ่งนานวันเรายิ่งเรียกร้องมากขึ้นโดยเฉพาะช่วง ปลายปีแบบนี้
ในขณะที่คุณเรณูกลับมองแตกต่างกับเราอย่างสิ้น เชิง
บางคนเบื่องานจนอยากลาออกไปอยู่กับบ้านเฉยๆ
มัน ทำให้ผมนึกถึงคำพูดของ Dr. Denis Waitley
ผู้แต่งหนังสือขายดี ชื่อ 'The psychology of winning'
เขายกรายงานวิจัยในอเมริกาที่ บอกว่าผู้เกษียณอายุออกจากงานไป
โดยไม่มีภาระกิจอะไร ทำมีอายุเฉลี่ยเพียงแค่เจ็ดปีเท่านั้น พวกเขาตายเพราะความรู้สึก
ด้อยคุณค่า หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่าเฉาตายนั่นเองครับ
เรา บางคนมีโอกาสได้ทำงานในสิ่งที่ตนเองรักในขณะที่คนจำนวนมาก
ไม่มีโอกาสอย่างนั้น อย่างไรก็ตามเรามีสิทธิที่จะเปลี่ยนมุมมองโดย
หันมารักและหลงไหลในสิ่งที่เราทำได้ โดยไม่ต้องรอให้ตาบอดแบบคุณเรณูก็ได้ '
บริษัทนี้เป็นลูกค้ารายใหม่ที่เขากำลังติดตามเรื่องอยู่
เสียงของโอเปอร์เรเตอร์ซึ่งรับสายด้วยเสียงที่เป็นมิตร
และอ่อนโยนกล่าวว่า
' สวัสดีคะ บริษัทเอบีซีอิงค์ ยินดีต้อนรับคะ '
คุณชนะ กล่าวว่า ' ผมขอเรียนสายกับคุณสมจิต
ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์หน่อยครับ '
โอเปอร์เรเตอร์กล่าวทักขึ้นมาว่า ' นั่นคุณชนะใช่ไหมคะ'
ชนะรู้สึก แปลกใจความสามารถในการจดจำเสียงของพนักงานคนนี้ได้
เขากล่าวตอบด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความประทับใจ
' ใช่แล้วครับ ขอบคุณที่จำได้ครับ ' เธอกล่าวว่า
' ยินดีคะ ดิฉันจะโอนสายให้นะคะ '
หลังจากที่ชนะสนทนาเรื่องงานกับสมจิตจบ
ชนะจึงถามสมจิตขึ้นมาว่า ' คุณสมจิต ผมขอชม
พนักงานรับโทรศัพท์ของคุณหน่อยครับ
เธอเก่งจริงๆเลยที่จำเสียงผมได้
เป็นการ ให้บริการที่เกินความคาดหวังของผมจริงๆเลยครับ
ผมเองไม่ได้เป็นลูกค้าประจำ และก็ไม่ได้โทรมาบ่อยๆ
ขนาดที่เธอจะจำเสียงผมไ! ด้ด้วย เธอมีเคล็ดลับอะไรครับ '
สมจิตพูดว่า ' เธอชื่อเรณูคะ เธอได้รับคำชมอย่างนี้บ่อยๆ
หากคุณฟังเรื่องของเธอมากขึ้นกว่า นี้คุณจะ ยิ่งประทับใจ
สนใจฟังไหมละคะ'
ชนะรีบกล่าวตอบด้วยความกระตือรือร้นว่า
' สนใจสิครับ ช่วยกรุณาเล่าให้ฟังหน่อยครับ '
สมจิตเริ่มต้นเล่าอย่างอารมณ์ดี ' คุณเรณูเธอตาบอดคะ
เธอจึงต้องอาศัยการ ฟังเพียงอย่างเดียว
ทำให้! เธอสามารถจดจำชื่อคนได้ดี
เธออาศัยอยู่ที่ สมุทรปราการและมาทำงานที่ออฟฟิศนี่
ซึ่งอยู่แถวดอนเมือง ซึ่งถือว่าไกลมากโดยเฉพาะสำหรับเธอ
ซึ่งต้องเดินทางโดยรถ เมล์เหมือนคนปกติ
ส่วนใหญ่ ก็ จะมีคนตาดีอย่างพวกเราที่คอยช่วยดูสายรถเมล์
และส่งเธอขึ้นรถให้ เธอไม่เคยมาสายเลย
และก็ไม่เคยเรียกร้อง ขอรถรับส่งแต่อย่างใด
ไม่เหมือนพนักงานปกติของพวกเราหลายคน
ตอนที่เราย้ายสำนัก งานจากในเมือง ต้องขอรถรับส่งให้ด้วย
แถมหลายๆคนที่มีรถ ส่วนตัวก็ยังมาทำงานสาย
พร้อมกับเหตุผลสารพัด คิดแล้วอายแทนคนตาดีเลยคะ '
เธอหยุดเว้นจังหวะสักครู่ก่อนจะเล่าต่อว่า
' คุณเรณูมีทัศนคติที่ ดีมากๆกับงานของเธอ
เธอเคยเล่าให้ดิฉันฟังว่าสำหรับเธอแล้วการรับ โทรศัพท์ไม่ใช่งานแต่มันคือชีวิต เงินเดือนที่บริษัทให้กับเธอ ทำให้เธอสามารถเลี้ยงตัวเอง และครอบครัวได้อย่างดี นอกจากนี้เธอยังมีเงินเหลือกว่าครึ่งสะสมไว้อีก ที่จริงแล้วเพื่อนคนตาดีหลายคนเคยหยิบยืมจากเธอในยามฉุกเฉิน
คุณเรณูกล่าวว่าบริษัทเรา เพื่อนร่วมงาน ลูกค้า และสังคมมอบโอกาสให้เธอได้พิสูจน์ว่าเธอมีคุณค่าและสามารถมีส่วนร่วมสร้าง สรรค์ประโยชน์ให้กับสังคมได้ เธอบอกว่า เธอพยายามทำงานของเธออย่างสุดความสามารถ ซึ่งรวมทั้งพยายามจำชื่อของผู้ที่โทรเข้ามาด้วย
เธอบอกว่าทุกคืนก่อนเข้านอน เธออยากรีบนอนไวๆ
เพื่อจะได้รีบตื่นข ึ้นมาทำงาน เธออดใจรอจะมาทำงานไม่ไหว
แหมอย่าหาว่าดิฉันบ่นเลยคะ แต่พวกตาดีๆอย่างพวกเรากลับภาวนา
ให้ถึงวันหยุดเร็วๆเสียนี่กระไร' สมจิตจบเรื่องด้วยเสียงหัวเราะเบาๆอย่างคนอารมณ์ดี
เมื่อชนะมาเล่าเรื่องนี้ให้กับผมฟังในรถระหว่าง ที่เราเดินทางไปพบลูกค้าที่นวนคร
ผมจึง เสริมความเห็นของผมไปว่า ' เราน่าจะเล่าเรื่องนี้ให้คน ที่มาเข้าอบรม กับเราฟังบ้างนะ
บ่อยครั้ง เรามักจะได้ยินคนบ่นว่างานหนัก หรือ ไม่ก็ปัญหาเรื่องงานมีมาก
สิ่งที่คุณเรณูมีแตกต่างกับเรา ไม่ใช่ว่าเธอตาบอดหรอกครับ ความจริงพวกเราต่างหากที่บอด
เราทัศนคติบอดไงละ เราได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆมากมาย จากนายจ้างจนเคยชิน
กระทั่งมองไม่เห็นคุณ ค่าของสิ่งเหล่านั้น
ยิ่งนานวันเรายิ่งเรียกร้องมากขึ้นโดยเฉพาะช่วง ปลายปีแบบนี้
ในขณะที่คุณเรณูกลับมองแตกต่างกับเราอย่างสิ้น เชิง
บางคนเบื่องานจนอยากลาออกไปอยู่กับบ้านเฉยๆ
มัน ทำให้ผมนึกถึงคำพูดของ Dr. Denis Waitley
ผู้แต่งหนังสือขายดี ชื่อ 'The psychology of winning'
เขายกรายงานวิจัยในอเมริกาที่ บอกว่าผู้เกษียณอายุออกจากงานไป
โดยไม่มีภาระกิจอะไร ทำมีอายุเฉลี่ยเพียงแค่เจ็ดปีเท่านั้น พวกเขาตายเพราะความรู้สึก
ด้อยคุณค่า หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่าเฉาตายนั่นเองครับ
เรา บางคนมีโอกาสได้ทำงานในสิ่งที่ตนเองรักในขณะที่คนจำนวนมาก
ไม่มีโอกาสอย่างนั้น อย่างไรก็ตามเรามีสิทธิที่จะเปลี่ยนมุมมองโดย
หันมารักและหลงไหลในสิ่งที่เราทำได้ โดยไม่ต้องรอให้ตาบอดแบบคุณเรณูก็ได้ '
อย่าไปสนที่พ่อพูดเลย
เย็นวันหนึ่ง เต้ยศักดิ์ประกาศข่าวดีเสียงลั่นบ้านด้วยความตื่นเต้น
' คุณพ่อครับ คุณแม่ครับ ผมมีข่าวใหญ่มาบอก ผมจะแต่งงานกับสาวสวยที่สุดในอำเภอนี้ เธอชื่อนิดหน่อยครับ บ้านอยู่ถัดเราไป นิดเดียว '
หลังอาหารเย็นผ่านไป พ่อก็ดึงเต้ยศักดิ์ไปคุยกันสองต่อสอง
' ลูกเอ๋ยพ่อมีเรื่องคุย ด้วย พ่อกับแม่แต่งงานกันมาสามสิบปีแม่ของลูกเป็นเมียที่ดี เป็นแม่ศรีเรือนที่ไม่มีอะไรบกพร่อง แต่เสียอย่างเดียวคือแม่เขาไม่เก่งเรื่องบนเตียง พ่อเลยแอบไปมีอะไรกับ ผู้หญิงอื่นไว้เยอะ ความจริงน่ะ นิดหน่อยเป็นพี่น้องกับลูก เพียงแต่คนละแม่ลูกคงแต่งงานไม่ได้ '
หัวใจของเต้ยศักดิ์ แหลกสลาย มีอาการซึมเศร้าไปร่วมปี กว่าจะทำใจได้ และออกไปจีบสาวคนใหม่ ไม่นานนักก็กลับบ้านมาประกาศข่าวดี
' ผมคุยกับน้ำตาลแล้ว ครับ คุณพ่อคุณแม่ อีกสองเดือนเราจะแต่งงานกัน '
คราวนี้คุณพ่อดึงเอา ตัวเต้ยศักดิ์ไปคุยกันสองต่อสองอีกครั้ง
' น้ำตาลก็เป็นน้องของ ลูกเหมือนกัน พ่อเสียใจจริงๆ ที่ลูกจะไม่ได้แต่งงาน
เต้ยศักดิ์หงุดหงิดจน คลั่ง ในที่สุดก็ตัดสิน ใจไปฟ้องแม่
' พ่อทำงี้ได้ไง พ่อเที่ยวไปมีลูกกับผู้หญิงอื่นทั่วอำเภอแล้วอย่างนี้ เมื่อไรผมถึงจะได้แต่งงาน พอผมไปรักกับสาวคนไหน ก็กลายเป็นว่าจีบน้องสาวคนละแม่เข้าทุกที '
แม่ของเต้ยศักดิ์ได้ ยินแล้วแทนที่จะโกรธ กลับหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
'อย่า ไปสนใจที่พ่อพูดเลย ลูกเอ๋ย ที่จริงแล้วเขาก็ไม่ได้เป็นพ่อของลูกหรอก !!!
' คุณพ่อครับ คุณแม่ครับ ผมมีข่าวใหญ่มาบอก ผมจะแต่งงานกับสาวสวยที่สุดในอำเภอนี้ เธอชื่อนิดหน่อยครับ บ้านอยู่ถัดเราไป นิดเดียว '
หลังอาหารเย็นผ่านไป พ่อก็ดึงเต้ยศักดิ์ไปคุยกันสองต่อสอง
' ลูกเอ๋ยพ่อมีเรื่องคุย ด้วย พ่อกับแม่แต่งงานกันมาสามสิบปีแม่ของลูกเป็นเมียที่ดี เป็นแม่ศรีเรือนที่ไม่มีอะไรบกพร่อง แต่เสียอย่างเดียวคือแม่เขาไม่เก่งเรื่องบนเตียง พ่อเลยแอบไปมีอะไรกับ ผู้หญิงอื่นไว้เยอะ ความจริงน่ะ นิดหน่อยเป็นพี่น้องกับลูก เพียงแต่คนละแม่ลูกคงแต่งงานไม่ได้ '
หัวใจของเต้ยศักดิ์ แหลกสลาย มีอาการซึมเศร้าไปร่วมปี กว่าจะทำใจได้ และออกไปจีบสาวคนใหม่ ไม่นานนักก็กลับบ้านมาประกาศข่าวดี
' ผมคุยกับน้ำตาลแล้ว ครับ คุณพ่อคุณแม่ อีกสองเดือนเราจะแต่งงานกัน '
คราวนี้คุณพ่อดึงเอา ตัวเต้ยศักดิ์ไปคุยกันสองต่อสองอีกครั้ง
' น้ำตาลก็เป็นน้องของ ลูกเหมือนกัน พ่อเสียใจจริงๆ ที่ลูกจะไม่ได้แต่งงาน
เต้ยศักดิ์หงุดหงิดจน คลั่ง ในที่สุดก็ตัดสิน ใจไปฟ้องแม่
' พ่อทำงี้ได้ไง พ่อเที่ยวไปมีลูกกับผู้หญิงอื่นทั่วอำเภอแล้วอย่างนี้ เมื่อไรผมถึงจะได้แต่งงาน พอผมไปรักกับสาวคนไหน ก็กลายเป็นว่าจีบน้องสาวคนละแม่เข้าทุกที '
แม่ของเต้ยศักดิ์ได้ ยินแล้วแทนที่จะโกรธ กลับหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
'อย่า ไปสนใจที่พ่อพูดเลย ลูกเอ๋ย ที่จริงแล้วเขาก็ไม่ได้เป็นพ่อของลูกหรอก !!!
เห็ดหอม...ระวัง!! มหันตภัย
เห็ดหอม...ระวัง!! มหันตภัย (dry mushroom)
โดยสรุป......เขาชุบหรือพ่น "คาร์บอนไดซัลไฟด์" ซึ่งมีมหันตภัยรอบด้าน
อย่านำน้ำแช่เห็ดหอมมาใช้ในการปรุงอาหาร ให้เททิ้งทันทีอย่าเสียดาย
ซึ่งส่วนใหญ่เห็ดหอมที่ใช้กันนั้นนำเข้ามาจากจีนแผ่นดินใหญ่
เมื่อจะนำมาปรุงอาหารก็ต้องแช่น้ำให้นิ่มก่อน
ซึ่งน้ำที่แช่ให้เห็ดหอมนิ่มนั้น จะอุดมไปด้วยสารหนัก
กรดเกลือกำมะถันต่างๆ และอื่น ๆ ซึ่งเราไม่ทราบว่าใช้อะไรบ้างกว่า
จะถึงมือเรา ซึ่งสารต่าง ๆ นั้นก็มาจากน้ำจากปุ๋ยที่เพาะเลี้ยงในฟาร์ม
หรือรม เพื่อกำจัด และป้องกันแมลง) แต่ก่อนเรามักจะเก็บน้ำนั้นไว้
ปรุงอาหารให้หอมน่ากิน
จงเททิ้งไป ..บอกต่อให้แม่ๆ แม่บ้าน แม่ครัว ภรรยา ลูกสาว..รวมทั้งพ่อบ้าน
ที่ชอบทำอาหารฯ ถึงว่าตอนหลังซื้อมาเก็บได้นานๆ ไม่มีแมลงใดๆมารบกวนเลย
คาร์บอนไดซัลไฟด์ มหันตภัยรอบด้าน
"คาร์บอนไดซัลไฟด์" ชื่อนี้คนที่อยู่ในวงการอุตสาหกรรมผลิตเส้นใยเรยอน แผ่น
พลาสติกเชโลเฟน ผลิตภัณฑ์ยางพารา จะมีโอกาสสัมผัสคาร์บอนไดซัลไฟด์เป็น
นอกจากนั้นเนื่องจากคุณสมบัติในการละลายไขมันได้ดี จึงมีการนำไปใช้ในการสกัด
น้ำมัน ใช้ในการชุบโลหะ เป็นตัวล้างสนิมออกจากโลหะ ในภาคการเกษตรเคยมี
การใช้เพื่อรมเมล็ดธัญพืชเพื่อกำจัดแมลง ซึ่งเข้าใจว่าอาจจะเลิกใช้ไปแล้ว
ลักษณะของคาร์บอนไดซัลไฟด์ เป็นของเหลวกลิ่นหอมคล้ายคลอโรฟอร์ม ไอของ
มันหนักกว่าอากาศ 2 เท่า ดังนั้นในที่อากาศนิ่ง ๆ คาร์บอนไดซัลไฟด์จะลอยต่ำ
เรี่ยๆพื้น ทำให้เพิ่มความเสี่ยงที่คนจะสูดไอเข้าไป ไอระเหยของมันเมื่อพบกับ
อากาศจะให้ไอผสมที่ระเบิดได้ และลุกติดไฟได้อย่างรวดเร็ว จึงมีอันตรายมาก
เมื่อถูกความร้อน เปลวไฟ หรือประกายไฟ ความร้อนของหลอดไฟฟ้าที่เปิดอยู่ก็
ทำให้ไอของมันลุกติดไฟได้
และสลายเป็นควันของซัลเฟอร์ออกไซด์ซึ่งเป็นอันตรายยิ่งขึ้น
ข้อควรระวังอย่างยิ่งคืออย่าเก็บคาร์บอนไดซัลไฟด์ไว้ใกล้กรดไนตริก เพราะก๊าซ
ที่ผสมกับไนตริกออกไซด์ จะระเบิดอย่างรุนแรง ขนาดขวดแก้วแตกละเอียดเลยทีเดียว
ไม่ว่าจะสูดดมเข้าไป หรือซึมเข้าไปทางผิวหนัง หรือกลืนกิน ผลต่อสุขภาพที่ถูก
กระทบคือระบบประสาท จะเกิดอาการตื่นเต้น มึนเมาตามด้วยอาการง่วงซึม กระสับ
กระส่าย ระบบหายใจล้มเหลว อาจถึงตายได้ แต่ถ้าเป็นการสัมผัสแบบระยะยาวที
ละน้อย อาการพิษเรื้อรัง จะเริ่มด้วยอาการเจ็บหน้าอก ปวดกล้ามเนื้อ สายตาเริ่มมัว
ความจำเสื่อม บุคลิกเปลี่ยนไปคล้ายคนเป็นโรคจิต ที่เคยกล้าๆ
อาจจะกลายเป็นคนขี้อายไปก็ได้ สารนี้ระคายผิวและตาอย่างรุนแรง
คาร์บอนไดซัลไฟด์เป็นสารอันตราย จึงเป็นสารที่ถูกควบคุม และในประกาศกระทรวง
มหาดไทยว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับสภาวะแวดล้อม ได้กำหนด
ค่าความเข้มข้นของสารเคมีในบรรยากาศ ตลอดระยะเวลาในการทำงานโดยเฉลี่ย
ห้ามเกิน 20 ส่วนในล้านส่วน ที่ใดมีการใช้สารเคมีตัวนี้ ควรดูแลความปลอดภัย
ของคนงานให้ดี อย่าให้มีไอระเหยในบรรยากาศของห้องทำงานเกิน
ผู้เขียน: รศ.สุชาตา ชินะจิตร
โดยสรุป......เขาชุบหรือพ่น "คาร์บอนไดซัลไฟด์" ซึ่งมีมหันตภัยรอบด้าน
อย่านำน้ำแช่เห็ดหอมมาใช้ในการปรุงอาหาร ให้เททิ้งทันทีอย่าเสียดาย
ซึ่งส่วนใหญ่เห็ดหอมที่ใช้กันนั้นนำเข้ามาจากจีนแผ่นดินใหญ่
เมื่อจะนำมาปรุงอาหารก็ต้องแช่น้ำให้นิ่มก่อน
ซึ่งน้ำที่แช่ให้เห็ดหอมนิ่มนั้น จะอุดมไปด้วยสารหนัก
กรดเกลือกำมะถันต่างๆ และอื่น ๆ ซึ่งเราไม่ทราบว่าใช้อะไรบ้างกว่า
จะถึงมือเรา ซึ่งสารต่าง ๆ นั้นก็มาจากน้ำจากปุ๋ยที่เพาะเลี้ยงในฟาร์ม
หรือรม เพื่อกำจัด และป้องกันแมลง) แต่ก่อนเรามักจะเก็บน้ำนั้นไว้
ปรุงอาหารให้หอมน่ากิน
จงเททิ้งไป ..บอกต่อให้แม่ๆ แม่บ้าน แม่ครัว ภรรยา ลูกสาว..รวมทั้งพ่อบ้าน
ที่ชอบทำอาหารฯ ถึงว่าตอนหลังซื้อมาเก็บได้นานๆ ไม่มีแมลงใดๆมารบกวนเลย
คาร์บอนไดซัลไฟด์ มหันตภัยรอบด้าน
"คาร์บอนไดซัลไฟด์" ชื่อนี้คนที่อยู่ในวงการอุตสาหกรรมผลิตเส้นใยเรยอน แผ่น
พลาสติกเชโลเฟน ผลิตภัณฑ์ยางพารา จะมีโอกาสสัมผัสคาร์บอนไดซัลไฟด์เป็น
นอกจากนั้นเนื่องจากคุณสมบัติในการละลายไขมันได้ดี จึงมีการนำไปใช้ในการสกัด
น้ำมัน ใช้ในการชุบโลหะ เป็นตัวล้างสนิมออกจากโลหะ ในภาคการเกษตรเคยมี
การใช้เพื่อรมเมล็ดธัญพืชเพื่อกำจัดแมลง ซึ่งเข้าใจว่าอาจจะเลิกใช้ไปแล้ว
ลักษณะของคาร์บอนไดซัลไฟด์ เป็นของเหลวกลิ่นหอมคล้ายคลอโรฟอร์ม ไอของ
มันหนักกว่าอากาศ 2 เท่า ดังนั้นในที่อากาศนิ่ง ๆ คาร์บอนไดซัลไฟด์จะลอยต่ำ
เรี่ยๆพื้น ทำให้เพิ่มความเสี่ยงที่คนจะสูดไอเข้าไป ไอระเหยของมันเมื่อพบกับ
อากาศจะให้ไอผสมที่ระเบิดได้ และลุกติดไฟได้อย่างรวดเร็ว จึงมีอันตรายมาก
เมื่อถูกความร้อน เปลวไฟ หรือประกายไฟ ความร้อนของหลอดไฟฟ้าที่เปิดอยู่ก็
ทำให้ไอของมันลุกติดไฟได้
และสลายเป็นควันของซัลเฟอร์ออกไซด์ซึ่งเป็นอันตรายยิ่งขึ้น
ข้อควรระวังอย่างยิ่งคืออย่าเก็บคาร์บอนไดซัลไฟด์ไว้ใกล้กรดไนตริก เพราะก๊าซ
ที่ผสมกับไนตริกออกไซด์ จะระเบิดอย่างรุนแรง ขนาดขวดแก้วแตกละเอียดเลยทีเดียว
ไม่ว่าจะสูดดมเข้าไป หรือซึมเข้าไปทางผิวหนัง หรือกลืนกิน ผลต่อสุขภาพที่ถูก
กระทบคือระบบประสาท จะเกิดอาการตื่นเต้น มึนเมาตามด้วยอาการง่วงซึม กระสับ
กระส่าย ระบบหายใจล้มเหลว อาจถึงตายได้ แต่ถ้าเป็นการสัมผัสแบบระยะยาวที
ละน้อย อาการพิษเรื้อรัง จะเริ่มด้วยอาการเจ็บหน้าอก ปวดกล้ามเนื้อ สายตาเริ่มมัว
ความจำเสื่อม บุคลิกเปลี่ยนไปคล้ายคนเป็นโรคจิต ที่เคยกล้าๆ
อาจจะกลายเป็นคนขี้อายไปก็ได้ สารนี้ระคายผิวและตาอย่างรุนแรง
คาร์บอนไดซัลไฟด์เป็นสารอันตราย จึงเป็นสารที่ถูกควบคุม และในประกาศกระทรวง
มหาดไทยว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับสภาวะแวดล้อม ได้กำหนด
ค่าความเข้มข้นของสารเคมีในบรรยากาศ ตลอดระยะเวลาในการทำงานโดยเฉลี่ย
ห้ามเกิน 20 ส่วนในล้านส่วน ที่ใดมีการใช้สารเคมีตัวนี้ ควรดูแลความปลอดภัย
ของคนงานให้ดี อย่าให้มีไอระเหยในบรรยากาศของห้องทำงานเกิน
ผู้เขียน: รศ.สุชาตา ชินะจิตร
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2553
20 วิธีทำให้คุณดูเด็กลง
1. บริโภควิตามินซีและอี เป็นประจำ ทำให้ดูเด็กลงกว่าเดิมไม่ต่ำกว่า 6 ปี
2. อย่าอยู่ใกล้ควันบุหรี่ คนที่อยู่ใกล้ๆ ควันบุหรี่วันละไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง จะดูแก่กว่าอายุจริงราวๆ 6.9 ปี ซึ่งพอๆกับคนที่ สูบบุหรี่เป็นประจำเลยที่เดียว
3. แปรงฟันและใช้ฟลอสขัดฟันทุกวัน คนฟันสวย จะดูเด็กกว่าประมาณ 6.4 ปี
4. มีเซ็กส์ เซ็กส์ที่มีคุณภาพหมายถึงไปถึงจุดยอดได้มากเท่าไร ใน 1 ปี จะทำให้เราดูเด็กกว่าอายุจริงได้ถึง 1.6-8 ปี
เชียวน่ะ
5. อย่าอด อาหารเช้าบริโภคมื้อเช้าทุกวันจะดูเด็กกว่าอายุจริงๆ ลงได้ 2 ปี
6. หัวเราะเข้าไว้ การหัวเราะ ทำให้คุณดูเด็กลง 1.7-8 ปี
7. เลือกอาหารไขมันต่ำ อาหารไขมันต่ำ ทำให้คุณดูเด็กลงไม่ต่ำกว่า 6 ปี
8.. เรียนรู้สิ่งรอบๆตัวตลอดเวลา การเรียนรู้และหากิจกรรมทำสม่ำเสมอ ทำให้คุณดูเด็กลง 2.5 ปี
9. สร้างเครือข่ายสังคม การอยู่ในสังคมที่ดี มีเพื่อนสนิทครอบครัวที่รักใคร่
กลมเกลียวจะช่วยลดความเครียดจากการทำงานจะทำให้เราดูเด็กลงได้ตั้งแต่ 2-30 ปี
10. นอนหลับให้พอ การนอนหลับยาวๆนานๆสม่ำเสมอในแต่ละคืนทำให้ดูอ่อนเยาว์
กว่าวัย หญิง 7 ช.มและชาย 8 ช.ม.จะทำให้เราดูเด็กลง 3 ปี
11. เลี้ยงสุนัขและเดินเล่นกับมัน วิธีนี้จะทำให้เราดูเด็กลง 1 ปี
12. ไปตรวจสุขภาพบ้าง คนที่ดูแลสุขภาพตัวเองอย่างดี จะทำให้เราดูเด็กลงกว่าอายุจริงถึง 12 ปี
13. ตรวจสอบประวัติสุขภาพของครอบครัว การป้องกันตัวเองจาก โรคที่เคยเป็นในครอบครัวดังกล่าว
จะช่วยให้คุณดูเด็กกว่าพ่อแม่ของคุณ เมื่อเวลาที่คุณมีอายุ เท่ากับท่านถึง 4 ปี
14. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การออกกำลังที่เหมาะสมจะทำให้ดูเด็กลง 3-8 ปี
15. หยุดสูบบุหรี่ คนที่สูบบุหรี่เป็นประจำ จะดูแก่กว่าอายุจริง 8 ปี
16. งดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลง การติดแอลกอฮอล์ จะทำดูแก่กว่าอายุจริง 3-5 ปี
17. อย่าลืมเรื่องเศรษฐกิจ.คนที่มีปัญหาเครียดเรื่องเงิน จะทำดูแก่กว่าอายุจริง 8 ปี
18. รักษาน้ำหนักให้มาตราฐานคงที่ คนที่ลดน้ำหนักลงได้ จะทำดูเด็กกว่าอายุจริงไม่ต่ำกว่า 6 ปี
19. บริโภคอาหารแคลอรี่ต่ำแต่คุณค่าโภชนาการสูง การบริโภคผักผลไม้สดและปลา จะทำดูเด็กลง 4 ปี
20. หาทางออกที่เหมาะสมเมื่อพบวิกฤติของชีวิตการเอาชนะปัญหาชีวิตได้ จะทำคุณดูเด็กลง 8-16 ปี
หลังจาก 20 วิธีข้างบนแล้ว ยังมี 7 สิ่งที่กินแล้วอ่อนเยาว์มาให้ด้วย ทุกคนจะได้ดูเด็ก กันไปเร้ยยยยยยยย .กินแล้ว..อ่อนเยาว์
อาหาร 7 อย่างต่อไปนี้จะช่วยชะลอสัญญาณแห่งวัยดึก
ทั้งผมร่วง ผิวแห้ง เฉื่อยชา ให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้นภายใน 3 - 6 เดือน
หยุดผมร่วง
รับประทานกล้วย ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินบี มีสรรพคุณป้องกันผมร่วงได้ดี การรับประทานกล้วยเข้าไปในปริมาณที่เพียงพอ จะช่วยรักษาเส้นผมให้อยู่คู่กับหนังศีรษะได้นานวัน
ลดผิวมัน
รับประทานธัญญาหารทุกเช้าซึ่งอุดมด้วยวิตามินบี 2 ที่ช่วยหยุดยั้งการผลิตน้ำมันส่วนเกินของต่อมผลิตภายในร่างกายที่เป็นสาเหตุหนึ่งของเส้นผมบางและมัน
หยุดการลอกของผิวหนัง
รับประทานปลาแซลมอนในเกลือรมควันอาหารทะเล หรือสลัดผักสดก็ได้
ผิวเนียนใสเหมือนเด็ก
มะม่วงมีเบต้าแคโรทีนที่ช่วยทำให้ผิวมีสุขภาพดี โดยช่วยกระตุ้นการสร้างผิวหนัง รวมทั้งหนังศีรษะเพื่อทดแทนของเดิมที่หยาบแห้งและขรุขระ ให้กลับมีความชุ่มชื่นและนุ่มเนียน
ชะลอผมหงอก
รับประทานถั่วลิสงอบเนยรวมกับเกล็ดขนมปังที่อบมาร้อน ๆ ก่อนมื้ออาหารถั่วลิสงมีวิตามินบี ที่สามารถหยุดการเปลี่ยนสีผมให้เป็นสีดอกเลาได้ และยังทำให้ผิวหนังดูดีขึ้นอีกด้วย
ดูหนุ่มสาวขึ้นอีก 5 ปี
รับประทานฝรั่ง หรือน้ำฝรั่งซึ่งอุดมด้วยวิตามินซี เพราะจะช่วยเก็บรักษาคอลลาเจนที่เป็นบ่อเกิดแห่งโปรตีนภายใต้ผิวหนัง หรือรับประทานมะละกอ ส้ม ลูกเกดสีดำอบแห้ง ร่วมกับผลไม้ประจำวันก็จะช่วยเพิ่มวิตามินซีเช่นกัน
ปกป้องใบหน้าจากมลพิษ
วิตามินบี ในอะโวคาโดช่วยทำให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย และร่างกายเกิดความต้านทานจากการทำลายในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งนี้รวมถึงการถูกทำลายจากบรรยากาศที่มลภาวะเป็นพิษ
2. อย่าอยู่ใกล้ควันบุหรี่ คนที่อยู่ใกล้ๆ ควันบุหรี่วันละไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง จะดูแก่กว่าอายุจริงราวๆ 6.9 ปี ซึ่งพอๆกับคนที่ สูบบุหรี่เป็นประจำเลยที่เดียว
3. แปรงฟันและใช้ฟลอสขัดฟันทุกวัน คนฟันสวย จะดูเด็กกว่าประมาณ 6.4 ปี
4. มีเซ็กส์ เซ็กส์ที่มีคุณภาพหมายถึงไปถึงจุดยอดได้มากเท่าไร ใน 1 ปี จะทำให้เราดูเด็กกว่าอายุจริงได้ถึง 1.6-8 ปี
เชียวน่ะ
5. อย่าอด อาหารเช้าบริโภคมื้อเช้าทุกวันจะดูเด็กกว่าอายุจริงๆ ลงได้ 2 ปี
6. หัวเราะเข้าไว้ การหัวเราะ ทำให้คุณดูเด็กลง 1.7-8 ปี
7. เลือกอาหารไขมันต่ำ อาหารไขมันต่ำ ทำให้คุณดูเด็กลงไม่ต่ำกว่า 6 ปี
8.. เรียนรู้สิ่งรอบๆตัวตลอดเวลา การเรียนรู้และหากิจกรรมทำสม่ำเสมอ ทำให้คุณดูเด็กลง 2.5 ปี
9. สร้างเครือข่ายสังคม การอยู่ในสังคมที่ดี มีเพื่อนสนิทครอบครัวที่รักใคร่
กลมเกลียวจะช่วยลดความเครียดจากการทำงานจะทำให้เราดูเด็กลงได้ตั้งแต่ 2-30 ปี
10. นอนหลับให้พอ การนอนหลับยาวๆนานๆสม่ำเสมอในแต่ละคืนทำให้ดูอ่อนเยาว์
กว่าวัย หญิง 7 ช.มและชาย 8 ช.ม.จะทำให้เราดูเด็กลง 3 ปี
11. เลี้ยงสุนัขและเดินเล่นกับมัน วิธีนี้จะทำให้เราดูเด็กลง 1 ปี
12. ไปตรวจสุขภาพบ้าง คนที่ดูแลสุขภาพตัวเองอย่างดี จะทำให้เราดูเด็กลงกว่าอายุจริงถึง 12 ปี
13. ตรวจสอบประวัติสุขภาพของครอบครัว การป้องกันตัวเองจาก โรคที่เคยเป็นในครอบครัวดังกล่าว
จะช่วยให้คุณดูเด็กกว่าพ่อแม่ของคุณ เมื่อเวลาที่คุณมีอายุ เท่ากับท่านถึง 4 ปี
14. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การออกกำลังที่เหมาะสมจะทำให้ดูเด็กลง 3-8 ปี
15. หยุดสูบบุหรี่ คนที่สูบบุหรี่เป็นประจำ จะดูแก่กว่าอายุจริง 8 ปี
16. งดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลง การติดแอลกอฮอล์ จะทำดูแก่กว่าอายุจริง 3-5 ปี
17. อย่าลืมเรื่องเศรษฐกิจ.คนที่มีปัญหาเครียดเรื่องเงิน จะทำดูแก่กว่าอายุจริง 8 ปี
18. รักษาน้ำหนักให้มาตราฐานคงที่ คนที่ลดน้ำหนักลงได้ จะทำดูเด็กกว่าอายุจริงไม่ต่ำกว่า 6 ปี
19. บริโภคอาหารแคลอรี่ต่ำแต่คุณค่าโภชนาการสูง การบริโภคผักผลไม้สดและปลา จะทำดูเด็กลง 4 ปี
20. หาทางออกที่เหมาะสมเมื่อพบวิกฤติของชีวิตการเอาชนะปัญหาชีวิตได้ จะทำคุณดูเด็กลง 8-16 ปี
หลังจาก 20 วิธีข้างบนแล้ว ยังมี 7 สิ่งที่กินแล้วอ่อนเยาว์มาให้ด้วย ทุกคนจะได้ดูเด็ก กันไปเร้ยยยยยยยย .กินแล้ว..อ่อนเยาว์
อาหาร 7 อย่างต่อไปนี้จะช่วยชะลอสัญญาณแห่งวัยดึก
ทั้งผมร่วง ผิวแห้ง เฉื่อยชา ให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้นภายใน 3 - 6 เดือน
หยุดผมร่วง
รับประทานกล้วย ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินบี มีสรรพคุณป้องกันผมร่วงได้ดี การรับประทานกล้วยเข้าไปในปริมาณที่เพียงพอ จะช่วยรักษาเส้นผมให้อยู่คู่กับหนังศีรษะได้นานวัน
ลดผิวมัน
รับประทานธัญญาหารทุกเช้าซึ่งอุดมด้วยวิตามินบี 2 ที่ช่วยหยุดยั้งการผลิตน้ำมันส่วนเกินของต่อมผลิตภายในร่างกายที่เป็นสาเหตุหนึ่งของเส้นผมบางและมัน
หยุดการลอกของผิวหนัง
รับประทานปลาแซลมอนในเกลือรมควันอาหารทะเล หรือสลัดผักสดก็ได้
ผิวเนียนใสเหมือนเด็ก
มะม่วงมีเบต้าแคโรทีนที่ช่วยทำให้ผิวมีสุขภาพดี โดยช่วยกระตุ้นการสร้างผิวหนัง รวมทั้งหนังศีรษะเพื่อทดแทนของเดิมที่หยาบแห้งและขรุขระ ให้กลับมีความชุ่มชื่นและนุ่มเนียน
ชะลอผมหงอก
รับประทานถั่วลิสงอบเนยรวมกับเกล็ดขนมปังที่อบมาร้อน ๆ ก่อนมื้ออาหารถั่วลิสงมีวิตามินบี ที่สามารถหยุดการเปลี่ยนสีผมให้เป็นสีดอกเลาได้ และยังทำให้ผิวหนังดูดีขึ้นอีกด้วย
ดูหนุ่มสาวขึ้นอีก 5 ปี
รับประทานฝรั่ง หรือน้ำฝรั่งซึ่งอุดมด้วยวิตามินซี เพราะจะช่วยเก็บรักษาคอลลาเจนที่เป็นบ่อเกิดแห่งโปรตีนภายใต้ผิวหนัง หรือรับประทานมะละกอ ส้ม ลูกเกดสีดำอบแห้ง ร่วมกับผลไม้ประจำวันก็จะช่วยเพิ่มวิตามินซีเช่นกัน
ปกป้องใบหน้าจากมลพิษ
วิตามินบี ในอะโวคาโดช่วยทำให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย และร่างกายเกิดความต้านทานจากการทำลายในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งนี้รวมถึงการถูกทำลายจากบรรยากาศที่มลภาวะเป็นพิษ
วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2553
Don't kiss Korean Girl!
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



